วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่ 14



การสอนโดยใช้
Mind Map ช่วยให้การเรียนการสอนง่ายและสนุกสนานได้หลายวิธี เช่น
1.ใช้เตรียมการสอน  เพราะจะทำให้สามารถสอนแบบธรรมชาติและเป็นระบบ
2.วางแผนรายปี  ช่วยให้ครูเห็นแผนการสอนตอลดทั้งปีการศึกษา
3.วางแผนรายภาคเรียน  ช่วยให้ครูรู้ว่าภาคนี้จะสอนอะไรบ้าง
4.วางแผนรายวัน  ลงรายละเอียดทบทวนบทเรียนเดิมที่จะสอนนักเรียน
5.การสอน  เป็นการใช้ขณะสอนนักเรียนในชั้นเรียน
6.การสอบของนักเรียน  เป็นการวัดความรู้  ความสามารถ  ความเข้าใจของนักเรียนได้ดี
7.โครงการ/โครงงาน  ใช้ทำกิจกรรม  หรือ นิทรรศการ  หรือ วางแผนงาน

ข้อดีของการใช้ Mind Map ช่วยสอน
                 ช่วยให้นักเรียนสนใจเรียน     มีความคิดสร้างสรรค์สนุกสนาน  ไม่ซ้ำซาก  ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ง่าย นักเรียนรับรู้และเรียนรู้ได้ดีขึ้นนักเรียนเข้าใจได้ลึกซึ้งกว่าเดิม
      เป็นสิ่งกระตุ้นให้เด็กแยกแยะและพัฒนาสมอง
 

วิธีการสอนโดยใช้เครื่องมือหมวก 6 ใบ กับโครงงานแตกต่างกันอย่างไร
                การสอนแบบหมวก 6 ใบนั้นมันจะคลอบคลุม พฤติกรรมทุกด้านที่สามารถนำไปปฎิบัติตามได้โดยมีรายละเอียดดังนี้
หมวกสีขาว
            การคิดแบบหมวกสีขาวเป็นระเบียบวิธีและแนวทางในการเสนอข้อมูล  นักคิดต้องพยายามเป็นกลางให้มากและไม่ควรมีอคติ  สีขาวชี้ให้เห็นถึงความเป็นกลาง  ข้อมูลครอบคลุมได้ตั้งแต่ข้อเท็จจริงและตัวเลขที่ตรวจสอบได้  ไปจนถึงข้อมูลที่ไม่แน่นอน  เราจะใช้หมวกขาวตอนเริ่มต้นของกระบวนการคิด  เพื่อเป็นความคิดที่กำลังจะเกิดขึ้น  และเราก็สามารถใช้หมวกสีขาวในตอนท้ายของกระบวนการได้เหมือนกัน  เพื่อทำการประเมิน  เช่น  เสนอโครงการต่างๆของเราเหมาะสมกับข้อมูลที่มีอยู่หรือไม่  ส่วนที่สำคัญของหมวกสีขาวคือ  การ ระบุถึงข้อมูลที่จำเป็นและขาดหายไปหมวกขาวจะบอกถึงปัญหาที่ควรจะยกขึ้นมาถาม และแสดงวิธีการเพื่อให้ได้มาเพื่อข้อมูลทีจำเป็นและมุ่งไปสู่การเสาะหาและตีแผ่ข้อมูล
 หมวกสีแดง
            การใช้หมวกสีแดงจะทำให้มีโอกาสเปิดเผยความรู้สึก  อารมณ์  สัญชาตญาณหยั่งรู้ออกมาโดยไม่ต้องมีคำอธิบายหรือหาเหตุผลใด ๆ  สัญชาตญาณอาจจะอยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ที่ผ่านมา  เจตนารมณ์ของหมวกแดงคือ  การแสดงความรู้สึกอย่างที่เป็นอยู่ออกมาไม่ใช่การบีบบังคับให้ตัดสินใจ  อารมณ์ทำให้ความคิดยุ่งเหยิง หมวกสีแดงเป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการช่วยให้อารมณ์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลยอมรับได้   สิ่งที่ยากที่สุดในการสวมหมวกสีแดงคือ  การฝึกความรู้สึกที่ยากจะหาเหตุผลให้กับอารมณ์ที่แสดงออกมา  ซึ่งการหาเหตุผลนั้นอาจถูกหรือผิดก็ได้
 หมวกสีดำ
                หมวกคิดสีดำคือหมวกแห่งการระแวดระวังภัย  ในการพิจารณข้อคิดเห็น  ข้อเสนอแนะหรือเรื่องอะไรก็ตาม  เมื่อถึงจุดหนึ่ง  เราก็ต้องนึกถึงความเสี่ยง  อันตราย  อุปสรรค  ข้อด้อยหรือปัญหาที่อาจจะเกิด  หมวกสีดำชี้ให้เห็นชี้ให้เห็นสิ่งที่เราควรใส่ใจและไตร่ตรองเพราะมันเป็นจุดอ่อนหรือเป็นอันตราย  เราอาจใช้หมวกสีดำเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน    เราควรเดินหน้าไปกับข้อเสนอนี้ไหม  หรืออาจใช้หมวกสีดำในขั้นตอนการระดมสมองและก่อร่างสร้างแนวคิด  มีจุดอ่อนอะไรบ้างที่เราควรหาทางป้องกันและแก้ไข  หมวกสีดำจะช่วยแจกแจงให้เราเห็นภาพความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดข้น  หมวกสีดำจะมองหาความสอดคล้อง  กับประสบการณ์ที่ผ่านมาหรือไม่  สอดคล้องกับนโยบายและวิธีการกับจริยธรรมค่านิยม  ทรัพยากร  และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและประสบการณ์ของผู้อื่นหรือไม่
หมวกสีเหลือง
                การคิดแบบหมวกสีเหลืองเป็นการคิดในแง่ดีและในเชิงสร้างสรรค์  และเป็นการคิดประเมินค่าในทางบวกรวมไปถึงความฝันและวิสัยทัศน์  การคิดแบบหมวกเหลืองเป็นการสำรวจหาคุณค่าและประโยชน์แล้วจึงพยามยามจะหาเหตุผลสนับสนุนคุณค่าและผลประโยชน์นั้นๆ   จากความคิดจากหมวกเหลืองเราจะได้ข้อเสนอและข้อแนะนำที่เป็นรูปธรรม  การคิดแบบหมวกสีเหลืองเกี่ยวข้องกับการทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น  อาจเป็นการคาดการณ์และการมองหาโอกาสและจะก่อให้เกิดวิสัยทัศน์จินตนาการและความฝัน
หมวกสีเขียว
                หมวกสีเขียวเป็นหมวกแห่งพลังงาน  หมวกแห่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  หมวกสีเขียวจะผลักดันความคิดใหม่ๆออกมาและยังคิดถึงทางเลือกใหม่หรือสิ่งใหม่ที่ทดแทนของเก่าได้   รวมถึงทางเลือกที่ชัดเจนและใหม่สดจริงๆ  เมื่อเราสวมหมวกเขียวเราหาวิธีปรับเปลี่ยนและปรับปรุงความคิดใหม่ที่เสนอมา  การค้นหาทางเลือกเป็นพื้นฐานของหมวกคิดสีเขียว  เราจะต้องไปให้ไกลกว่าความคิดเห็นที่รู้กันแล้วหรือเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว  ความคิดอาจหยุดเพื่อคิดสร้างสรรค์เพื่อพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นๆอีกหรือไม่  โดยไม่ต้องมีเหตุผลว่าทำไมจึงต้องหยุด  เราใช้การเลื่อนไหวความคิดเข้ามาแทนที่การตัดสินพิจารณาความคิด   การคิดเคลื่อนไหวไปข้างหน้า  เพื่อไปให้ถึงความคิดใหม่ความคิดเชิงยั่วยุใช้เพื่อกระตุกเราให้หลุดจากแบบแผนความคิดแบบเดิมหรือการคิดนอกกรอบ


หมวกสีฟ้า
                หมวกคิดสีฟ้าจะกำหนดประเด็นที่เราจะต้องคิด  กำหนดความสนใจ  อะไรคือปัญหาอะไรคือคำตอบ  หมวกสีฟ้าจะกำหนดงานที่จะกำหนดงานคิดที่จะต้องทำ  ตั้งแต้ต้นจนจบและมีหน้าที่สรุป   วิเคราะห์สถานการณ์  และลงมติต่าง ๆ  หมวกคิดสีฟ้าต้องติดตามตรวจสอบการคิดเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามกติกาการคิด  หมวกคิดสีฟ้าจะหยุดยั้งการโต้แย้งถกเถียง  และยืนกรานตามแผนที่ความคิด  จะคอยดูให้กระบวนการคิดเป็นไปตามกฎเกณฑ์
การสอนแบบโครงงาน
              การสอนแบบโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน  เรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามความสนใจของผู้เรียนอย่างลุ่มลึก  โดยผ่านกระบวนการหลักคือ กระบวนการแก้ปัญหา  ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเอง  จึง เป็นการเรียนรู้จากการได้มีประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้การให้นักเรียนผู้ ทำโครงงานได้เสนอผลงาน เป็นการเผยแพร่ผลงาน กิจกรรมนี้จะส่งเสริมให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออก เชื่อมั่นในผลงาน ตอบข้อซักถามของผู้สนใจได้  จากปีการศึกษา  2548-2550  ที่ ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของสาธารณะชนว่า กิจกรรมการสอนแบบโครงงานเป็นที่น่าภาคภูมิใจโดยเฉพาะนักเรียนได้รับเกียรติ บัตรรางวัลในระดับการประกวดโครงงานต่าง ๆ มากมาย เช่น      โครงงานน้ำส้มพันธุ์ไม้
      โครงงานผ้าสวยด้วยสมุนไพร
ซึ่งโครงงานเหล่านี้นักเรียนได้รับเกียรติบัตรจากการประกวดในระดับเครือข่าย  ระดับเขต  ระดับจังหวัด สร้างความภูมิใจให้นักเรียนและครูผู้เป็นที่ปรึกษา  นับว่าเป็นกิจกรรมที่ประสบผลสำเร็จที่เกิดจากผลผลิตของการจัดกิจกรรมการเรียนแบบโครงงานทั้งสิ้น
โดยสรุปแล้วมีความแตกต่างกันคือหมวก6ใบเป็นวิธีคิดแบบรอบด้านมีความละเอียดมากกว่าโครงงานแต่ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเรียนแบบ หมวก 6 ใบ หรือแบบโครงงานล้วนก็มีข้อแตกต่างกันอยู่บ้างแต่ก็มีความสำคัญทั้ง 2 อย่าง โดยเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้เมือเราออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูและได้พัฒนาความรู้ให้มีประสิทธิภาพและรอบรู้ทุกด้าน




กิจกรรมที่13

        คำถามที่ผมอยากให้ทุกคนร่วมกันคิด โดยเฉพาะผู้จะเป็นครู คือ
         1) ในปัจจุบัน เด็กไทย (รวมถึงผู้ใหญ่ไทย) มีสุขนิสัยที่ดี ในเรื่องพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมสุขภาพ ที่เหมาะสมหรือไม่ เพียงใด  
        ในปัจจุบัน เด็กไทยรวมถึงผู้ใหญ่ไทย ไม่ค่อยมีความใสใจเรื่องต่างๆที่เอยมา เด็กไทยในปัจจุบันมีนิสัยที่ก้าวราว มีอารมณ์ที่รุนแรง   มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่นดื่มเลา   เมายา ผู้ใหญ่ก็มีนิสัยอีกแบบคือมีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น   ไม่ค่อยให้ความน่านับถือแก่เด็กและเป็นแบบอย่างที่ดีไม่ได้  แต่บางคนที่ก็ดีมากไป  จนใช้ชีวิติอยู่ในสังคมปัจจุบันไม่ได้ต้องอยู่อย่างลำบากเพระความแกงแย่งชิงดีกัน
        ในเรื่องพฤติกรรมการบริโภค  การบริโภคของคนปัจจุบันไม่ค่อยเน้นเรื่องของการมีคุณภาพหรือไม่มี   แต่เน้นไปทางด้านรสนิยมกันเป็นจำนวนมากพฤติกรรมการบริโภคจึงน่าเป็นห่วงมากในปัจจุบัน  แต่มีคนส่วนใหญ่ที่เน้นเรื่องนี้มากๆเพราะการมีสุขภาพที่แข็งแรงและยืนยาวถือว่าเป็นสิ่งที่ดี
         พฤติกรรมสุขภาพ  คนในปัจจุบันมีสุขภาพที่ไม่ค่อยดีนักเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย   อาหารที่ได้รับเข้าไปก็ไม่ค่อยมีประโยชน์   ที่จะได้รับหรือการตอบสนองต่อร่างกาย  คนไทยจึงมีสุขภาพย่ำแย่ป่ายกันมาก มีอายุไม่ค่อยยืนยาวไม่เหมือนคนสมัยก่อนมีอายุยืนเพราะอาหารการกินไม่มีสารพิษ  ไม่มีสิ่งเจือปนมากนักและได้ออกกำลังกายบ้างเช่นการทำไร่  ทำนาถือว่าได้มีการเคลื่อนไหวของร่างกายอยู่บาง
       2) ในปัจจุบันเด็กไทย (รวมถึงผู้ใหญ่ไทย) มีกีฬาประจำตัว มีปฏิทินการออกกำลังกาย และได้ออกกำลังกายตามปฏิทินอย่างจริงจัง มากน้อยเพียงใด (ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล แพทย์ไทย มักจะถาม     คำถามว่า มีโรคประจำตัวอะไรบ้างแต่ไม่เคยถามว่า หนู มีกีฬาประจำตัวหรือไม่ มีปฏิทินออก กำลังกายไหม)
        ส่วนใหญ่การมีกีฬาประจำตัวเป็นของตัวเองส่วนมากจะเป็นนักกีฬามากกว่า และเป็นส่วนน้อยที่คนจะใส่ใจเรื่องนี้ จึงมีคนไม่มากนักที่จะมีกีฬาประจำตัวหรือมีปฏิทินไว้ออกกำลังกาย
        การที่ไปโรงพยาบาลแล้วคุณหมอถามว่าท่านมีโรคประจำตัวไหม มันก็ถูกของเขาถ้าไม่ถามจะรักษาถูกได้อย่างไร  แต่ถ้าเป็นการถามเรื่องมีกีฬาประจำตัวหรือเปล่ามีปฏิทินในการออกกำลังกายมันก็สมควรที่จะถามเพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นและกระตุ้นให้เด็กไทยและผู้ใหญ่ไทยได้มีจิตสำนึกในการรักษาสุขภาพของตัวเองไม่ให้เจ็บป่วย
       3) เด็กไทยมีความสามารถในการบริหารสุขภาพจิต การควบคุมอารมณ์ หรือการพัฒนาบุคลิกภาพหรือไม่ เพียงใด (ดูได้จากบรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในทันทีที่มีการประกาศผลการแข่งขัน จะมี 1 ทีมที่ร้องให้ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้)
       ประมาณ40%ที่เด็กไทยไม่สามารถบริหารสุขภาพจิตและควบคุมอารมณ์ได้เพราะการเลี้ยงดูครอบครัวไม่เหมือนกันเด็กอาจมีนิสัยมีพฤติกรรมตามสภาพที่ครอบครัวเป็นอยู่ ในปัจจุบันเหมือนกับที่ยกตัวอย่างในเรื่องการแข็งขันชิงชนะเลิศ เด็กบางคนอาจร้องให้ในการแพ้ และมีอารมณ์รุนแรง มีการทะเลอะวิวาทและมีพฤติกรรมที่แสดงออกไม่เหมาะสมหรือผิหวังเรียงการเรียนอาจฆ่าตัวตายก็มี
       แต่เด็กประมาณ60%จะมีพฤติกรรมที่น่ารักสามารถยอมรับและทำใจได้ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหนก็ทนได้มีสุขภาพจิตและอารมณ์ที่มันคง ไม่เกิดความหวั่นไหวจากสิ่งต่างๆและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
       การพัฒนาบุคลิกภาพเด็กไทยและผู้ใหญ่ไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากขึ้นเพราะทำให้ตัวเองดูสง่าและเป็นที่นับถือแก่ผู้คนที่พบเห็นแต่ก็เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่นัก
       4) ขณะนี้โรงเรียนได้ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็ก พอ ๆ กับ การส่งเสริมด้านวิชาการหรือไม่ โดยเฉพาะในโรงเรียนที่ได้รับค่านิยมสูง (มีชื่อเสียง)
ไม่เพราะโรงเรียนไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตสักเท่าไหร่ก็มีน้อยมาก เมื่อเทียบกับเรื่องด้านวิชาการโดยเฉพาะโรงเรียนที่มีได้รับค่านิยมสูงจึงเน้นเรื่องหนาตาและชื้อเสียงของโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ทำกิจกรรมแค่เอาหน้าตาให้กับโรงเรียนหรือเรียกว่าผักชีโรยหน้า
       5) เมื่อเปิดภาคเรียน ภายใน 2 สัปดาห์แรก ครูประจาชั้นได้ทาความรู้จักกับนักเรียนมากน้อยเพียงใด มีการจำแนกเด็กนักเรียนเป็นกลุ่มเสี่ยง-กลุ่มปกติหรือไม่ (กลุ่มเสี่ยงหมายถึง ผลการเรียนอ่อน สุขภาพไม่ดี มีปัญหาทางครอบครัว รวมถึงมีผลการเรียนดีมาก เกรดเฉลี่ย 4.00 มาโดยตลอด ซึ่งจะเสี่ยงในเรื่องความเครียด)
           ครูส่วนใหญ่จะแนะนำตัวเองและให้เด็กแนะนำตัวเองและทำความรู้จักกับเพื่อนในห้อง    แต่การจำแนกเด็กเป็นกลุ่มเสียงหรือกลุ่มปกติ  เช่น ผลการเรียนอ่อนสุขภาพไม่ดี มีปันหาครอบครัว รวมไปถึงผลการเรียนดีมากในที่กล่าวมาครูส่วนใหญ่จะไม่แยกเด็กออกจากกันเพราะตัวของเด็กจะถูกมองเป็นปมดอยของคนอื่นๆ และไม่สามารถที่จะพัฒนาตนเองได้ต้องมีเพื่อนที่เก่งกว่าลากเขาไปด้วยจึงควรอยู่กันเพื่อได้ให้ความช่วยเหลือซึ้งกันและกันจะดูกลมกลืนกับไปกับเด็กทั้งไปไม่ทำให้เขารู้สึกมีปมด้อยและไม่ทำให้เด็กเครียดและครอบครัวควรเอาใจใส่เด็กไม่ควรคาดหวังจากตัวเด็กมากเกินไปในเรื่องผลการเรียนเพราะจะทำให้เด็กถูกกดดันและเกิดความเครียดจึงไม่มีคนให้คำปรึกษาหาทางออกไม่ได้

       6) ครูประจาชั้น หรือโรงเรียนได้จัดระบบดูแล-ช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงอย่างไรบ้าง เพื่อลดความเสี่ยงในชีวิต(สมัยที่ผมเป็นครูประจำชั้น ผมจะประกาศรายชื่อผู้ช่วยอาจารย์ประจำชั้นโดยเลือกจากนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้นักเรียนเหล่านี้มีโอกาสทางานใกล้ชิดกับครู มีการประชุมร่วมกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง)
          ให้ความรักความอบอุ่นและให้คำปรึกษาให้เด็กมีความใกล้ชิดอาจารย์หรือผู้ปกครองที่พอจะให้คำปรึกษาได้ และการสอนต้องไม่ทำให้เด็กเครียดและทางโรงเรียนจะต้องเน้นเนื้อหาด้านสุขภาพจิตรและอารมณ์  ฝึกให้เด็กมีความเข้มแข็งและความอดทน  เช่นส่งเสริมให้เด็กจัดกิจกรรม  จัดเป็นกลุ่มระบบครอบครัว  ในแต่ละสัปดาห์ให้รวมกันทำกิจกรรมรวมกันส่งเสริมให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก  ทำให้ไม่เครียดและได้มีเพื่อนใหม่มากขึ้น
       7) โรงเรียนมีการพัฒนารายวิชา (วิชาเลือก/วิชาเพิ่มเติม) ที่เกี่ยวข้องกับ การควบคุมอารมณ์ การพัฒนาบุคลิกภาพ การบริหารจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต ฯลฯ หรือไม่ (หลักสูตรประเทศสิงค์โปร์ เด็กอนุบาล ต้องเรียนวิชา การควบคุมอารมณ์”)
        โรงเรียนบางแห่งมีการพัฒนาบุคลิกภาพ   เช่าวิชาเต้นแอโรบิด    บาสเกตบอล    หรือชมรมมารยาทไทย   แต่การควบคุมอารมณ์กับสุขภาพจิตจะไปเน้นในโรงเรียนเด็กพิพิเศษมากกว่าจึงทำให้เด็กทั่วไปไม่ค่อยได้รับการสอนด้านนี้มากเท่าไหร่  จึงทำให้มีปันหาเกิดขึ้นมาก ทั้งในเรื่องอารมณ์   จิตรใจ  และการทำรายตัวเอง
       8) โรงเรียนมีการประเมินมาตรฐานด้าน สุขภาพกาย และสุขภาพจิต เป็นระยะ ๆ อย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด
โรงเรียนโดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการประเมินในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตแต่เน้นเรื่องวิชาการมากกว่า
       9) โรงเรียนมีแบบประเมิน/แบบสังเกตภาวะสุขภาพกาย สุขภาพจิตของนักเรียน เพื่อครูประจาชั้น และ พ่อแม่ใช้ในการสังเกต-ประเมินนักเรียนในความรับผิดชอบ หรือบุตรหลานของตนเอง หรือไม่
มีแต่น้อยมากในแต่ละปีจะมีครั้งเดียวที่มีการประเมินสังเกตภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิตรของนักศึกษาและมีการไปเยี่ยมบ้านของนักเรียนว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร  การประเมินควรจะมีทุกเทอมเพราะเป็นการดูแลช่วยเหลือเด็กอย่างใกล้ชิดและได้ลดปัญหาในเรื่องอื่นๆเช่นปัญหายาเสพติด   ปัญหาเด็กฆ่าตัวตาย

กิจกรรมที่12

ออกภาคสนามศึกษานอกสถานที่
ระหว่างวันที่   17-23   มกราคม   2554   หลักสูตรสังคมศึกษาได้จัดทัศนะศึกษาภาคเหนือ   จังหวัดเชียงใหม่   เชียงราย   แพร่   น่าน สุโขทัย พระนครศรีอยุธยา    กรุงเทพมหานคร
นางสาวมลฤดี   สังข์ทอง  รหัส5111116006
                                   กลุ่มเรียน01   คณะครุศาสตร์   เอกสังคมศึกษา
             เป็นการศึกษาสิ่งแปรกใหม่นอกสถานที่ ที่ยอดดอยอินนนท์  อากาศหนาวเย็นมากเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เคยสัมผัสความเย็นแบบนี้มาก่อน    มองไปรอบๆเป็นป่าทึบ   ต้นไม้หนาแน่น  ไปถึงจัดการที่พักอะไรเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำ  น้ำเย็นมากเหมือนน้ำที่ใส่น้ำแข็งลงไป     อาบน้ำเสร็จแล้วก็ไปนั่งกับเพื่อนๆเพื่อที่จะผิงไฟให้มีความอบอุ่นแก่ร่างกายเพราะอากาศหนาวมาก ต้องใส่เสื้อกันหนาวตลอดเวลา    นั่งจนดึกและเข้านอน ตอนแรกนึกว่าจะนอนหนาวมาก แต่ที่ไหนได้กลับอบอุ่นและนอนหลับสบาย  ได้พูดคุยกับเพื่อนๆจนหลับไป
            ตื่นอีกทีตอนตี4  ลุกขึ้นไปล้างหน้า  แปลงฟันน้ำเย็นมากกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาอีกถ้าในตอนเช้านี้อาบน้ำคงไม่สบายเข้าโรงพยาบาลแน่และวันนั้นก็เลยไม่ได้อาบน้ำ    และก็เป็นคนกลัวความหนาวอยู่ด้วย   ตอนตี 5  รถของที่นั้นก็มารับพวกเราไปยอดดอยอินทนนท์ตอนนั่งในรถไม่รู้สึกหนาวเย็นเท่าไหร่แต่ตอนลงจากรถหนาวมาก  หนาวถึงกระดูก แทบเดินไม่ไหว  อาการหนาวเมื่อคืนที่ผ่านมาเทียบกันแล้วที่นี้หนาวเย็นมากกว่าหลายเท่า   และได้ดูทะเลหมอกตอนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นบรรยากาศที่สวยมากและมีหุบเขาที่สลับซับซ้อนกันอย่างสวยงามและมีธรรมชาติที่ริสุทธ์   มีเมฆหมอกหนาลอยเต็มไปหมด   รู้สึกได้ที่มาสัมผัสกับผิวกายของข้าพเจ้า   มีดอกไม้ต่างๆมากมายหลากหลายพันธุ์  มีทั้งไม้ดอก  ไม้ประดับ    อีกอย่างที่น่าสนใจมากคือนกหายากที่มีมากกว่า 400 ชนิด ที่ไม่ได้เห็นข้าพเจ้าเสียดายมากเพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มาอีก มียอดพระธาตุที่สวยงาม  มีพระพุทธรูป ไว้ไหว้บูชาปฏิบัติธรรมเพื่อความเป็นศิริมงคลกับคนที่มาเที่ยวและมากลาบไหว้ นักท่องเที่ยวมีหลายประเทศที่มาเทียวที่นี้เพื่อรับอากาศที่บริสุทธ์  อากาศที่แห่งนี้เย็นแบบแหงๆ   มองไปก็เป็นป่าทึบมีหมอกเต็มไปหมด ความหนาวเย็นในครั้งนี้คงจะจำได้ไปอีกนานและไปเที่ยวครั้งนี้ได้ไปไหว้พระทำบุญเพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับตัวเอง

       วัดพระแก้วและวัดโพเป็นวัดที่สวยมากมีศิลปกรรมที่หลากหลาย สวยงามมีความประณีตในการทำและผู้คนเยอะมาก  เป็นวัดที่ใครๆอยากมาดูวัดโพมีฤๅษีดัดตน  ตั้งอยู่บริเวณวัด  และมีพระพุทธรูปรูปใหญ่มากนอนประทับอยู่ที่วัดแห่งนี้ 

          วัดรองขุนเป็นวัดที่สวยงามมากๆดูแล้วสะอาดตา   สบายใจเต็มไปด้ายสีขาวไปทั้งวัดและดูมาอีกด้านเป็นสีทอง   ในโบสถ์วัดตามผาพนังวัดมีการวาดภาพของชั้นสวรรค์และภาพการ์ตูนให้เด็กได้ดูเป็นข้อคิดและได้ศึกษาหาความรู้สิ่งใหม่ๆ
             อยุธยาเป็นแหล่งโบราณสถานที่ถูกทำลายสมัยก่อน ที่หลงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูได้ชมความสวยงามที่ยังหลงเหลื่ออยู่และเป็นที่ให้การศึกษาเรื่องราวต่างๆของประวัติศาสตร์  ในครั้งนี้ที่ข้าพเจ้าได้ไปข้าพเจ้าได้ความรู้เพิ่มเติมอีกเยอะ เป็นที่ๆสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนและไม่ใช้ที่นี้แห่งเดียวที่ได้ความรู้แต่เป็นทุกที่ที่ข้าพเจ้าได้ไปศึกษาและเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว และระหว่างทางได้ศึกษาหาความรู้ไปบาง นอนหลับไปบาง มีอาจารย์คอยบรรยายให้ความรู้อยู่เช่นในเรื่องภูมิศาสตร์  ประวัติศาสตร์และความเป็นมาของสถานที่นั้น
             แพะเมืองผีอยู่ระหว่างตำบลทุ่งโอ่งและตำบลน้ำชำ  อำเภอเมือง   จังหวัดแพร่  มีลำธารเล็กๆไหล่ผ่านในสมัยโบราณเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์  ซึ้งชาวบ้านตำบลทุ่งโอ่งจังหวัดไก้ลเคียงให้ความนับถือมากเพระมีประวัติความเป็นมาลึกลับ  คนโบราณเล่าสืบต่อกันมาว่า  มีคนแก่เขาไปในป่าหาผักหาหน่อไม้  ได้หลงเข้าไปในที่แห่งนี้พบหลุมเงินพบหลุมทองจนเอาเงินเอาทองใสหาบจนเต็มจะเอากลับบ้านแต่หลงไปหลงมาในป่าแห่งนั้นเพราะเทวดาอาระขาเจ้าถิ่นนั้นไม่ให้เอาไป เพียงแต่เอามาอวดให้เห็นจึงหาหนทางเอากลับไม่ได้จึงได้ว่างหาบนั้นไวจัดแจงตัดไม้มาคาดทำเป็นราว  พอถึงบ้านแล้วกลับไปเอาเงินเอาทองตามที่คาดไว้ออกไปก็ไม่ถึงสักที ยิ่งยกเท้าไปข้างหน้าเหมือนยกถอยหลัง จึงวางหาบไหว้ที่นั้นแล้วเรียกชาวบ้านมาดูหาบเงินหาบทอง  ชาวบ้านก็หลังไหลเข้าไปดูเป็นจำนวนมาก  เมื่อไปถึงเงินทองนั้นกลับหายไปตามป่านั้นก็พบรอยเท้า  จึงสะกดรอยตามไปจนถึงข้างเสาเมโรและไม่มีรอยปรากฏไปทางอื่นเลนยายแก่กับชาวบ้านจึงตั้งชื่อแห่งนี้ว่าแพะเมืองผี
แพะ  ภาษาพื้นเมืองแปรว่าป่าละเมาะ
เมืองผี  หมายถึง  ความเงียบเหงาวังเวงเหมือนเมืองผี
เสาเมโร   ภาษาพื้นเมืองหมายถึงเสารูปเหมือนปราสาทที่ใช้ครอบศพผู้ตายทางภาคเหนือ
              สามเหลียมทองคำเป็นรอยต่อของแผ่นดิน   3 ประเทศ ได้แก่ ลาว ไทย พม่า เรียกที่แห่งนี้ว่าสบรวก    มีแม่น้ำสองสายมีน้ำสองสีไหลมาประจบกันคือแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง   ทางตอนบนของพม่าเป็นประเทศจีน   และมีเรือสินค้าที่ทำการค้าขายระหว่างประเทศต่างๆ                                                                     
        มิวเสี่ยมสยามให้ความรู้เรื่องคนกบแดง ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของตนกำเนิดของบรรพบุรุษของคนไทย และลักษณะของความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อน  มีวิวัฒนาการของมนุษย์  เครื่องมือเครื่องใช้ของคนสมัยก่อน ที่ทำด้ายหินและแร่บางชนิดเช่นทองแดง  ดีบุก  อีกเรื่องคือไม่มีสวรรณภูมิในแผนที่ไม่มีคนเคยเหยียบกรุงเทพเลยเพราะพื้นที่แห่งนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และเรื่องราวของพันธุ์ข้าวธรรมดาและข้าวเหนียวในอดีตที่ได้พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน   ที่อยู่อาศัยของคนสมัยก่อนอยู่ในถ้ำใช้หินในการจุดไฟ   และเป็นที่ศึกษาเกี่ยวกับเครื่องใช้ของคนสมัยโบราณ เช่า รถ  พิมพ์ดีด ตู้ไปรษณีย์  และโรงน้ำชาของคนสมัยนั้น
             ความรู้เรื่องส้วมให้ความรู้ไว้ว่าก่อนหน้านี้แม้ประชาก่อนไทยยังไม่มีส้วมทุกบ้านแต่ห้องส้วมของบางบ้านก็อาจแพงกว่าทั้งหลังของใครหลายๆคนและได้ใช้อุปกรณ์หลายๆอย่างในการชำระอุจจาระ อย่างเช่น  ถุงเท้า  กาบมะพร้าว   กระดาษ
                การไปเที่ยวครั้งนี้ข้าพเจ้าสนุกมาก ได้ความรู้มากมายและได้ประสบการณ์หลายๆอย่างในชีวิต



วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่11

การกำหนดมาตรฐานคุณภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ครูจะต้องทำกิจกรรม 7 อย่างคือ 1) การวิเคราะห์หลักสูตร 2) การวิเคราะห์ผู้เรียน 3) การจัดกิจกรรมที่หลากหลาย  4) การใช้เทคโนโลยีเป็นแหล่งและสื่อการเรียนรู้ของตนเองและนักเรียน  5) การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงอย่างรอบด้านและเน้นพัฒนาการ 6) การใช้ผลการประเมินเพื่อแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ  7) การใช้การวิจัยปฏิบัติการในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการสอนของตน
      จากประเด็นดังกล่าว นักศึกษาจะนำวิธีดังกล่าวมาจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร เมื่อนักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  (ข้อสอบ 20 คะแนน) ยกตัวอย่างออกแบบการจัดการเรียนรู้
               นำวิธีดังกล่าวมาจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพโดยพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นคนดีมีปัญญา  มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มศักยภาพของผู้เรียนให้สูงขึ้น สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
               1 ) ผู้สอนจะต้องคำนึงถึงลักษณะทั่วไปและลักษณะเฉพาะของผู้เรียน เช่น การกำหนดลักษณะทั่วไป ซึ่งได้แก่  อายุ  ระดับความรู้  สังคม  เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของผู้เรียนแต่ละคน ถึงแม้ว่าลักษณะทั่วไปของผู้เรียนจะไม่มี ความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเรียนก็ตามแต่ก็เป็น สิ่งที่ช่วยให้ผู้สอนสามารถตัดสินระดับของบทเรียนและเพื่อเลือกตัวอย่างของเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียน
               2 )  ผู้สอนจะต้องมีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้และสนุกสนานในการเรียนและการทำกิจกรรมปรับสื่อการสอนและวิธีการที่จะนำมาใช้ในการสอนให้เหมาะสมและเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง  
               3 )  การสอนโดยใช้เทคโนโลยีคือนำเทคนิคใหม่ๆมาปรับใช้ในการสอนเช่นเสนอเป็น  power point  หรือสมุดอิเลคทรอร์นิคมีเนื้อหาและภาพที่หน้าสนใจ
               4 ) ให้เด็กทำข้อสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพื่อดูการพัฒนาของเด็กและตั่งเกณฑ์ในการประเมินว่าผ่านหรือใหม่ผ่านและวิธีนี้จะกระตุ้นให้เด็กมีความตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบ
                5 )   ผลประเมินที่ได้จากการประเมิลตัวผู้เรียนว่าผ่านหรือไม่ผ่านได้นำเอามาสังเกตดูว่าตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือใหม่และก็นำมาปรับใช้ในการสอนครั้งต่อไปเพื่อที่จะให้ผู้เรียนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
                 6 )  การที่เราจะจัดการเรียนการสอนจากการสังเกต  วัดผล  ทดสอบต่างๆ  เรานำมาวิจัยดูพฤติกรรมของผู้เรียนและนำไปพัฒนานวัตกรรมสื่อใหม่ๆเพื่อการเรียนรู้และปรับปรุงการสอนให้ดีขึ้นและนำประสบการณ์มาปรับปรุงและแก้ไขแล้วนำไปใช้ในอนาคต  และพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพไปสู่จุดมุงหมายของหลักสูตร
 
ตัวอย่างออกแบบการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม          ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม   เรื่องวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเวลา1ชั่วโมง
1. สาระสำคัญ
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ทางพระพุทธศาสนาขึ้น
ในสมัยพุทธกาล พุทธศาสนิกชนจะยึดถือเอาวันเหล่านั้นเป็นวันที่ควรระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยเป็นพิเศษ พุทธศาสนิกชนนิยมประกอบศาสนาพิธีเพื่อเป็นการบูชาและประพฤติให้ถูกต้องในวันสำคัญ และพิธีกรรมต่างๆ อย่างเหมาะสม
2. มาตรฐานการเรียนรู้
ประพฤติปฏิบัติตนตามหลักธรรม และศาสนาพิธีของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ค่านิยมที่ดีงาม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตน บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
3. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
 รู้และปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม หลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง กลุ่มสังคมที่ตนเป็นสมาชิก และสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัว ชุมชนและประเทศชาติ เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
 ใช้ภาษาในคัมภีร์ที่ใช้ในศาสนาที่ตนนับถือ และร่วมศาสนาพิธี พิธีกรรม วันสำคัญทางศาสนาด้วยความเต็มใจ
4. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
            มีความรู้ ความเข้าใจ บอกความหมาย เห็นความสำคัญ รู้เข้าใจเหตุการณ์สำคัญ ๆและปฏิบัติกิจกรรมที่พึงกระทำในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาได้ด้วยความศรัทธาและถูกต้องเหมาะสม
5. จุดประสงค์การเรียนรู้
            1. บอกความหมายความสำคัญ ที่เกิดขึ้นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
              2. ปฏิบัติกิจกรรมที่พึงกระทำในวันสำคัญทางพระพุทธ ศาสนา ได้ด้วยความศรัทธา

7. สาระการเรียนรู้
            วันสำคัญทางศาสนา
                        - วันมาฆบูชา - วันวิสาขบูชา
                        - วันอัฏฐมีบูชา - วันอาสาฬหบูชา
                        - วันธรรมสวนะ
8. กิจกรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ 1 ช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยยึดเด็กเป็นสำคัญ
            1. นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยและ ทำสมาธิ ( 3-5 นาที)
2. ครูทักทายสนทนาประสบการณ์ เกี่ยวกับการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางศาสนาว่าเคยปฏิบัติตนอย่างไร และมีความรู้สึกอย่างไร
            3. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้
            4. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง วันสำคัญทางทางศาสนา จำนวน 10 ข้อ
            5. แบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม คละความสามารถ ประกอบด้วย คนเก่ง 1 คน ปานกลาง 2 -3 คน และอ่อน 1 คน ครูแนะนำการเรียนรู้บทเรียนอิเรคทรอนิค โดยใช้โปรแกรม power pointโดยนักเรียนต้องร่วมมือกัน และต้องดูแลช่วยเหลือกันในการเปิดบทเรียน อ่านและเรียนรู้ร่วมกัน ใช้คอมพิวเตอร์กลุ่มละ 1 เครื่อง คนที่เก่งจะเปิดบทเรียนอิเรคทรอนิค นักเรียนในกลุ่มเรียนรู้ร่วมกันโดยอ่านเนื้อหาข จบตอนแต่ละช่วงของวันสำคัญ แต่ละวันหยุดอภิปรายแสดงความคิดเห็น ครูคอยสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนรายบุคคล และพฤติกรรมการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่ม
            6. ครูชี้แนะในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแต่ละวันมีความสำคัญอย่างไร วันสำคัญมีอะไรที่เป็นปรากฏการณ์ที่นักเรียนสังเกตเห็นได้
            7. นักเรียนและครูช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้รับ จากการเรียนรู้บทเรียนอิเลคทรอนิค โดยใช้โปรแกรม power point
            8.นักเรียนดูภาพประกอบ กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา แล้วร่วมสนทนาซักถามอภิปรายความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพ
            9. แจกใบงานที่ 1 เรื่องวันสำคัญทางศาสนา นักเรียนทำใบงาน ครูสังเกตพฤติกรรมการทำงานแต่ละคนแต่ละกลุ่มและคอยให้คำแนะนำ ตอบข้อซักถามของนักเรียน
            10. ครูแจกใบงานที่ 2 พร้อมกับให้นักเรียนสรุปเกี่ยวกับภาพว่านักเรียนคนใดเคยได้ปฏิบัติตามภาพ ที่นักเรียนได้เห็นบ้าง
            11. ตรวจผลงานร่วมกัน ครูชี้แนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีกรรมในแต่ละวัน ของวันสำคัญทางศาสนาพร้อมสรุปข้อที่ควรปฏิบัติกับวันสำคัญ
            12.   ทำแบบทดสอบหลังเรียน  จำนวน 10  ข้อ
8. อุปกรณ์ สื่อและแหล่งการเรียนรู้
            1. โปรแกรม power point เรื่อง วันสำคัญทางศาสนา
            2. ใบงานที่ 1 เรื่อง วันสำคัญทางศาสนา
            3. ใบงานที่ 2 เรื่อง เหตุการณ์วันสำคัญทางศาสนา
            4. หนังสือ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
            5. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง วันสำคัญทางศาสนา จำนวน 10 ข้อ
            6. ภาพการแสดงธรรมในวันสำคัญทางศาสนา
9. การวัดผลและประเมินผล
            9.1 วิธีการวัด/สิ่งที่วัด
                        1. การตรวจใบงาน
                        2. การสังเกตการณ์ทำงานอย่างสร้างสรรค์และมีวิจารณญาณ
                        3. การสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
                        4. การสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม
                5. การตรวจผลงานจากแบบทดสอบ

            9.2 เครื่องมือวัด
                        1. แบบประเมินผลการทำข้อทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน
                        2. แบบประเมินพฤติกรรมการอภิปรายและบันทึกผล
                        3. แบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคลและรายกลุ่ม
                        4. แบบบันทึกประเมินการฝึกปฏิบัติใบงานที่ 1 และใบงานที่ 2
            9.3 การประเมินผล
                        1. ผลการปฏิบัติใบงานที่ 1
                        2. ผลการปฏิบัติใบงานที่ 2
                        3. ผลทดสอบหลังเรียน
เกณฑ์การวัด
            ผ่านเกณฑ์       นักเรียนผ่านเกณฑ์ประเมินตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป
            ไม่ผ่านเกณฑ์   นักเรียนผ่านเกณฑ์ประเมินน้อยกว่าร้อยละ 50


กิจกรรมที่ 10

ให้นักศึกษาได้ศึกษาเหตุการณ์ในประเด็นต่อไปนี้
เหตุการณ์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศไทยให้นักศึกษาอ่านและศึกษาข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ Internet  Blog ต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นสรุปวิเคราะห์สังเคราะห์ ลงในบล็อกของนักศึกษาในกิจกรรมที่ 101)  กรณีเขาพระวิหารจังหวัดศรีสะเกษ 
2)  กรณีพื้นที่ชายแดน จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์  จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสระแก้ว ตราด เกาะกรูด ทะเลในอ่าวไทย
3)  กรณี MOU43 ของรัฐบาลนายชวนหลีกภัยมีผลต่อการจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างไร หากมีการนำมาใช้จะก่อให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนไทยกับกัมพูชาอย่างไร
4)  กรณี คนไทย 7 คน ประกอบด้วย สส.พรรคประชาธิปัตย์  (นายพนิต)  ประชาชนหัวใจรักชาติ (นายวีระ สมความคิด นายแซมดิน  นายตายแน่  มุ่งมาจนและผู้ติดตามผู้หญิงอีก 2 ท่าน) ร่วมกับสส.ไปตรวจพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ในการแบ่งเขตพื้นที่ชายแดน และถูกทหารกับพูชากับจับหรือลักพาตัวไปขึ้นศาลประเทศกัมพูชาในฐานะที่นักศึกษาเรียนวิชาสังคม จะนำความรู้มาอธิบายให้นักเรียนของท่านได้รับรู้ข้อมูลอย่างไร  โปรดสรุปและแสดงความคิดเห็น

 1) กรณีเขาพระวิหารจังหวัดศรีสะเกษ
                     แผนที่ฝรั่งเศสที่ศาลโลกกรุงเฮกอ้างอิงในการตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา  เป็นแผนที่ที่กำหนดเส้นพรมแดนโดยไม่ได้ยึดแนวสันปันน้ำไทยได้โต้แย้งเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2505 ประเทศไทยได้ยอมรับว่า "ปราสาทพระวิหาร" เป็นของกัมพูชาแต่ระหว่างเทศยืนยันที่จะยึดแนวสันเขตแดนตามหลักสากลโดยใช้สันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งไม่เคยยอมรับอาณาบริเวณบนยอดผาและรอบ ๆ ว่าเป็นของประเทศนั้น ไทยได้ทำบันทึกยื่นต่อศาลนสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ทรงจารึกปี ร.ศ. ที่พบเป็นเลขไทย ตามด้วยพระนามไว้ที่บริเวณชะง่อนผาเป้ยตาดี เป็นข้อความว่า "๑๑๘  สรรพสิทธิเมื่อประเทศฝรั่งเศสเข้าครอบครองอินโดจีนได้ทำสนธิสัญญา พ.ศ. 2447ในการปักปันเขตแดนกับราชอาณาจักรสยามมีความตามมาตรา 1 ของสนธิสัญญา ระบุให้ใช้สันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งพรมแดน ต่อมาฝรั่งเศษทำแผนที่ผ่ายเดียวจึงตกเป็นของกัมพูชาโดยรัฐบานไทยไม่ทักทวงความถูกต้องของแผนทีต่อมาในปี พ.ศ. 2483 ประเทศฝรั่งเศสแพ้สงครามต่อประเทศเยอรมนี      จอมพลปอ    พิบูลส่งคราม  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น     ได้ยื่นข้อเสนอเรียกร้องดินแดนที่เสียไปในสมัยรัชกาลที่ 5     คืนจากฝรั่งเศสและฝรั่งเศสได้ตกลงคืนจังหวัดไชยบุรี จำปาศักดิ์ เสียมราฐ  และพระตะบองให้กับไทย ตาม อนุสัญญาโตเกียว  ทำให้ปราสาทพระวิหารกลับมาอยู่ในดินแดนไทยอย่างสมบูรณ์ ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่2  รัฐบาลไทยประกาศเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตรทำให้ปราสาทพระวิหารกลับไปอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชประเทศกัมพูชาได้รับเอกราชตามสนธิสัญญาเจนีวา   และไทยได้ส่งทหารเข้าไปรักษาการบริเวณปราสาทพระวิหารอีกครั้งภายหลังกัมพูชาได้รับเอกราช กษัตริย์กัมพูชาสละราชสมบัติเข้าสู่การเมืองได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีและประกาศเรียกร้องให้ไทยคืนปราสาทพระวิหาร และไทยไม่ยอมรับ  เจ้านโรดมประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย เมื่อวันที่ 24พฤศจิกายน พ.ศ. 2501และในปีต่อมา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2502 เจ้านโรดมสีหนุได้ฟ้องร้องต่อ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก ให้ไทยคืนปราสาทพระวิหาร ฝ่ายไทยต่อสู้คดี   โดยมี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กับคณะรวม 13 คน เป็นทนายฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา  อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เป็นหัวหน้าคณะ กับพวกอีกรวม 9 คน   ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ด้วยเสียง 9 ต่อ 3 และในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 หลังจากศาลโลกตัดสินแล้ว 20 วัน รัฐบาลไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือไปยัง นายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคำพิพากษาของศาลโลก และสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะเรียกร้องปราสาทพระวิหารกลับคืนในอนาคต ทั้งนี้คำตัดสินของศาลโลกนั้นเป็นที่สิ้นสุด ไม่มีการอุทธรณ์ การจะนำคดีกลับขึ้นมาพิจารณาใหม่นั้นสามารถทำได้ถ้ามีหลักฐานใหม่และต้องทำภายในสิบปี
1)      กรณีพื้นที่ชายแดน จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์  จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสระแก้ว ตราด เกาะกรูด ทะเลในอ่าวไทย
ใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 จะทำให้เส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเปลี่ยนแปลงไป
      
       กล่าวคือ กัมพูชาเริ่มเปิดเกมรุกด้านดินแดนกับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชาต้องการครอบครองด้วยการนำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก จากนั้นเมื่อขึ้นมรดกโลกสำเร็จเส้นเขตแดนก็จะเปลี่ยนแปลงไป เพราะส่งผลทำให้ไทยต้องสูญเสียพื้นที่ 1.5 ล้านไร่ โดยกินพื้นที่ตั้งแต่อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตามขอบชายแดนตลอดไป จนถึงจันทบุรีและตราด
        ที่สำคัญคือ ประเทศไทยและกัมพูชายังมีการประกาศอ้างสิทธิเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทย ซึ่งมีพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกัน คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 34,000 ตารางกิโลเมตร โดยฝ่ายกัมพูชาประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2515 ซึ่งวัดจากเส้นเขตแดนทางบกที่มาจรดริมทะเลตามที่ปรากฏในแผนที่ฝรั่งเศส โดยลากเส้นไหล่ทวีปพาดผ่านยอดเขาสูงสุดของเกาะกูดของไทย
       ขณะที่ฝ่ายไทยประกาศเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2516 โดยวัดจากเส้นเขตแดนทางบกที่จรดริมทะเลตามที่ปรากฏในแผนที่เดินเรืออังกฤษ หมายเลข 2414 โดยเส้นในช่วงแรกใช้แนวแบ่งครึ่งมุมระหว่างเกาะกูดของไทยกับเกาะกงของ กัมพูชา ส่วนเส้นช่วงที่เหลือเป็นเส้นแบ่งครึ่งทะเลระหว่างแนวเกาะของไทยกับกัมพูชา ซึ่งพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลดังกล่าวนั้นทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถ ตกลงกันได้
         และด้วยเหตุดังกล่าวทำให้พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลกลายเป็น ปัญหาที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาต้องการครอบครอง และถูกนำไปเชื่อมโยงกับการนำ ปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพราะในการเป็นมรดกโลกนั้นจะต้องมีเขตพื้นที่กันชน ซึ่งเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า จะเข้ามาล่วงล้ำอธิปไตยของไทย
            3)  กรณี MOU43 ของรัฐบาลนายชวนหลีกภัยมีผลต่อการจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างไร หากมีการนำมาใช้จะก่อให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนไทยกับกัมพูชาอย่างไร
                
นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีในยุคที่มีการเซ็น MOU ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เป็นคนเซ็นลงนามในหนังสือดังกล่าวร่วมกับ นายวาร์ คิม ฮง ที่ปรึกษารัฐบาลที่รับผิดชอบกิจการชายแดนของกัมพูชา นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์
ทั้งๆ ที่ความจริงก็คือ MOU ฉบับดังกล่าวเป็น MOU ซึ่งทำให้ไทยต้องสูญเสียอธิปไตยในผืนแผ่นดินของตัวเองด้วยการยอมรับแผนที่ มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า ระวางดงรักหรือ ANNEX1 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนเป็นจำนวนมากโดยกินพื้นที่ตั้งแต่ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตามขอบชายแดนตลอดไป จนถึงจันทบุรีและตราด
         ทั้งนี้ MOU 43 คือการร่วมกันดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรไทย กับราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ ข้อ ก. อนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส แก้ไขเพิ่มเติมข้อบทแห่งสนธิสัญญาฉบับ ลงวันที่ 3 ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก 112 หรือปี ค.ศ.1893 ว่าด้วยดินแดนกับข้อตกลงอื่นๆ ฉบับลงนาม ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศกปี 122 ปี ค.ศ. 1904  ข้อ ข. สนธิสัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ฝรั่งเศส ฉบับลงนาม ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 125 ปี ค.ศ. 1907 หรือว่า 2450 กับพิธีศาลว่าด้วยการปักปันเขตแดน แนบท้ายสนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 125 หรือ ปี ค.ศ. 1907
      
             
4. กรณี คนไทย 7 คน ประกอบด้วย สส.พรรคประชาธิปัตย์  (นายพนิต)  ประชาชนหัวใจรักชาติ (นายวีระ สมความคิด นายแซมดิน  นายตายแน่  มุ่งมาจนและผู้ติดตามผู้หญิงอีก 2 ท่าน) ร่วมกับสส.ไปตรวจพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ในการแบ่งเขตพื้นที่ชายแดน และถูกทหารกับพูชากับจับหรือลักพาตัวไปขึ้นศาลประเทศกัมพูชาในฐานะที่นักศึกษาเรียนวิชาสังคม จะนำความรู้มาอธิบายให้นักเรียนของท่านได้รับรู้ข้อมูลอย่างไร  โปรดสรุปและแสดงความคิดเห็น
 5ม.ค. นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40  ส.ว. เปิดเผยว่า  วันนี้ตนพร้อมด้วย ส.ว. ในกลุ่มอีก  2 คนได้เดินทางลงพื้นที่ ต.บ้านใหม่นองไทร  อ.อรัญประเทศ  จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ 7 คนไทยถูกจับ ได้พบกลุ่มชาวบ้านกว่า 10 คนทั้งหมดล้วนมีเอกสารสิทธิในที่ดินที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นของเขาทั้ง นส. 3 ก. นส.  2 หรือ สค 1 โดยทั้งหมดเสียภาษีให้กับรัฐบาลไทยทุกปีแต่ไม่สามารถเข้าไปทำมาหากินได้   เพราะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ยูเอ็นได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอพยพหนีภัยสงครามของชาวเขมร แต่เมื่อสงครามจบสิ้นก็ไม่ยอมกลับประเทศ
                   โดยเฉพาะในจุดที่ 7 คนไทยถูกจับนั้นเป็นของไทยแน่นอนเพราะมีหลักฐานว่าเป็นที่ดินของนายเบ พูลสุข ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ยังเหลือแต่ลูกสาว แต่ผู้นำรัฐบาลโดยเฉพาะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กลับไปยอมรับว่าคนไทยทั้ง 7 คนรุกล้ำเข้าในแผ่นดินกัมพูชา ปัญหาเหล่านี้เคยร้องเรียนตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ครั้งนั้นพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี
                     วันนี้เราปล่อยให้ไปขึ้นศาลแล้ว ถ้าขอกลับมาได้โดยยอมรับคำพิพากษาก็จะเกิดปัญหาทันที เพราะว่าเขตแดนที่ปักหลักเขตที่เห็นในภาพ ตรงนั้นไม่ใช่เขตแดนจริงตามที่ได้ข้อมูลจากทางราชการ แต่เป็นการปักเขตแดนในสมัยสงคราม ซึ่งยังไม่มีการวัดเขตแดนจริง ถ้ารัฐบาลดำเนินการพลาด เรื่องนี้ก็จะคล้ายกับเขาพระวิหารเมื่อถามว่าหากเข้าสู่กระบวนการของการพิจารณาไปแล้วจะมีปัญหาในการเจรจาเรื่องเขตแดนในอนาคตหรือไม่ อย่างที่บอกว่าดินแดนตรงนั้นเข้าปักเขตขึงลวดหนามตอนที่รบกัน เพื่อกั้นเขตไว้ แต่กรณีนี้เป็นการคบเด็กสร้างบ้าน เดินเข้าไปอย่างหน้าตาเฉย ตนบังเอิญเจอ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ มีหลายคนก็บอกว่านายพนิช อ่อนหัดจริงๆ เป็นถึง ส.ส. แต่กลับให้กลุ่มพันธมิตร ใช้ประโยชน์ตนเอง ส่วนวิธีการใช้คนไปทำงาน โดยปกตินายกก็สามารถใช้ได้ ไม่เว้นแม้แต่งานลับนั้น ตนถือว่าทำได้แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายอันไม่ชอบ โดยเฉพาะกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเป็นสหรัฐอเมริกา ควรต้องลาออกแล้ว เพราะมีการทำผิดหลายรอบ แสดงให้เห็นว่าไม่มีทักษะ


กิจกรรมที่9

กิจกรรมที่9
ให้นักศึกษา ดูทีวีในแหล่งความรู้โทรทัศน์สำหรับเลือกดูคนละหนึ่งเรื่อง การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน  ให้สรุปเป็นประเด็นสำคัญ ที่นักศึกษาเห็นว่าสำหรับการจัดการเรียนการสอน และหากนักศึกษาไปฝึกสอนในสถานศึกษาที่ได้ดูจากทีวี  นักศึกษาจะเตรียมตัวออกสังเกตการสอนว่า  อาชีพครูจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีอย่างไร และจะทำให้เกิดกับตัวนักศึกษาได้อย่างไร  เขียนอธิบายขยายความลงในบล็อกของนักศึกษาในกิจกรรมที่ 9 (โทรทัศน์สำหรับครูอยู่ในแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาครู เลือกพยายามอย่าให้ซ้ำกัน หรือซ้ำกันแต่ให้มุมมองที่แตกต่างกัน
โทรทัศน์ครู  เพื่อพัฒนาครู
              สนทนากับ ร.  ลัดดา  ภูเกียรติ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของโทรทัศน์ครูเรื่องนำรายการต่างๆในโทรทัศน์ครู  มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาครู  นำหลักการ  เทคนิค กระบวนการไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนหรือในโรงเรียน   อดีต ร.  จุฬาลงกมหาวิทยาลัย   ฝ่ายประถมและสอนหลายวิชา  ได้รับเป็นที่ปรึกษา   เป็นครูมา 37 ปี 4เดือน
              ท่านได้พูดว่า  ความเป็นครูคือครุ  คือครูทำงานหนักมาก   งานครูคือการสร้างคน  ถ้าจะสอนสามารถนำเทคนิคดีๆมาประยุกต์ใช้ได้  ยกตัวอย่างคือ
              ครู ชาคริศ   หะชัน  เป็นครูรุ่นใหม่คือครูไทยในปัจจุบันได้ดูรายการโทรทัศครู การสร้างครูไม่ได้สร้างในวันเดียวเขาได้นำไปปรับตัวของตัวเอง  ทำให้เป็นครูได้อย่างสมบูรณ์โดยได้นำกระบวนการไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน   การผ่านกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ   ทำให้เด็กกล้าคิด   กล้าพูด   กล้าทำ   กล้าถาม    ครูจะต้องกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา  การสอนต้องเดินไปข้างหน้าข้างหลังให้ถั่วถึงเพื่อดูเด็กได้ทั่วถึง  และการสอนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น   และเข้าห้องเรียนต้องคำนับเด็กก่อนเพื่อให้ความรักความอบอุ่นกับเด็ก  และเป็นที่เคารพแก่เด็ก  เพราะเด็กเป็นอนาคตของชาติ
              ครูยุวดี      ครูให้เด็กทบทวนสิ่งที่สอนไปแล้วโดยใช้ปัดคำวันละ  1   คำเป็นภาษาอังกฤษและให้เด็กอ่านก่อนเข้าห้องเรียน โดยดูวิธีมาจากครูสรพง  ท่านได้ทำปัดคำภาษาไทยก่อนเดินเข้าโรงเรียนต้อนเช้าและหลังจากนั้น  ท่านได้ให้ใช้ปัดคำที่ดูในตอนเช้าทุกวันไปแต่งเป็นกลอนหรือนิทานหรือเป็นเรื่องเล่าต่างๆเด็กจะได้ความรู้และความสนุกสนานในการทำกิจกรรม   ครูยุวดีก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้การสอนแบบนี้กับเด็กและท่านได้ยกตัวอย่างรายการเกรดแอฟสันไอเดีย   สอนเรื่องกราฟ  โดยให้นักเรียนไปศึกษาอาหารที่ชอบและให้ตัวแทนเด็กออกมาหน้าห้อง   ให้เป็นแนวตั้ง  1  คน  และเขียนตัวเลขตามลำดับติดตัวของเด็กที่เป็นแนวตั้งและหาเด็กที่เป็นแนวนอนโดยถามความสมัคใจ ของเด็กและให้ถือภาพอาหารคนละหนึ่งภาพและให้ขึ้นลงตามตัวเลขที่เด็กมีความสนใจ โดยย่อเขาหรือนั่ง   กิจกรรมนี้จะเน้นให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม   และทำให้เด็กมีความสนใจในการเรียนการสอนมากขึ้น
                     อาชีพครูจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีคือ         ตัวครูจะต้องมีความรู้ความสามารถในการสอนและมีวิธีการจัดกิจกรรมที่ก่อให้เด็กเกิดองค์ความรู้และตัวครูจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม  มีความเมตตากรุณา  อับเดดความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ   ทันโลก  ทันต่อเหตุการณ์ และจะทำให้เกิดกับตัวนักศึกษาคือนำความรู้ที่ได้ดูนำไปปรับใช้ในการฝึกสอนโดยใช้กิจกรรมต่างที่ได้ดูจากทีวี   และตัวนักศึกษาจะต้องมีคุณธรรมและจรรยาบรรณในการเป็นครู  และหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อมาปรับการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ